Arbitrage คือ อะไร? – อ่านจบเข้าใจพร้อมทำกำไรได้เลย

Arbitrage คือ อะไร?

Arbitrage (อาบิทราจ) คือกลยุทธ์ในการทำกำไรซึ่งนิยมใช้ในตลาดหุ้นหรือตลาดเงิน เป็นการคว้าโอกาสทำกำไรเมื่อเกิดราคาที่ต่างกันในแต่ละตลาด ของสินทรัพย์เดียวกัน 

ยกตัวอย่างเช่น เราอยากแลกเงินบาทเป็นดอลลาร์ เราสามารถแลกเงินผ่านแอป A ซึ่งตอนนี้ราคาซื้อดอลลาร์สหรัฐอยู่ที่ 30 บาท แต่ในแอป B เราสามารถขายได้ในราคา 32 บาท แบบนี้ถ้าเราซื้อจากแอป A ไปขายในแอป B เราก็ทำกำไรได้แล้ว 2 บาททันที 

กำไรแค่ 2 บาทต่อหนึ่งดอลลาร์ อาจจะดูเป็นจำนวนที่ไม่มากนัก แต่ถ้าเราลองคิดถึงการลงทุนจำนวนมากๆ เช่นในกรณีนี้ ถ้าเราลงทุนไป 1 ล้านดอลลาร์ เราก็จะได้กำไร 2 ล้านบาทแล้ว 

แน่นอนว่า การ Arbitrage เกิดขึ้นได้ในหลายทรัพย์สิน แม้ว่าการทำ Forex Arbitrage นั้นเป็นที่นิยมมาก ๆ แต่เราไม่จำเป็นต้อง Arbitrage จากการเทรดค่าเงินอย่างเดียว ราคาที่แตกต่างกันของแต่ละตลาดนี้เกิดขึ้นได้ด้วยหลายสาเหตุ เช่น ค่าเงินของตลาดในอเมริกา และไทยอาจจะแตกต่างกัน ทำให้ราคาสินทรัพย์บางอย่างแตกต่างกันไป ข่าวสารต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในแต่ละตลาด แต่ยังไปไม่ถึงอีกตลาด ก็อาจจะทำให้เกิดราคาที่แตกต่างกันได้ 

Arbitrage

Arbitrage ใช้กับตลาดคริปโตได้หรือไม่?

digital assets Arbitrage นั้นเกิดขึ้นได้อย่างแน่นอน และมีการใช้อย่างแพร่หลายเลยทีเดียว ตัวอย่างเช่นในประเทศไทย มีผู้ให้บริการเทรดคริปโตอยู่หลายเจ้า และในแต่ละแพลตฟอร์มนั้นก็อาจจะมีราคาแตกต่างกันไปในแต่ละช่วงเวลา โดยทฤษฎีแล้ว แพลตฟอร์มไหนที่มีปริมาณการเทรดมาก สภาพคล่องดี ก็จะมีการซื้อขายได้ง่าย ในราคาที่ดีกว่า นักเทรดหลายคนซื้อในเว็บหนึ่ง และขายในอีกเว็บหนึ่งในเวลาเดียวกัน ก็สามารถทำกำไรได้แล้วโดยที่ไม่ต้องโอนเงินหรือคริปโตไปมาแม้แต่นิดเดียวในกรณีที่มีเงินเก็บไว้ในทั้งสองเว็บ หรือว่าอาจจะซื้อจากเว็บ A แล้ว โอนไปขายที่อีกเว็บหนึ่งก็ได้ แต่ก็อาจจะต้องเสียค่าธรรมเนียมในการโอนไปมาด้วย

อีกรูปแบบของการทำ digital assets Arbitrage ก็คือการซื้อขายในแต่ละประเทศ ปกติแล้วราคาของสกุลเงินดิจิทัลในแต่ละประเทศนั้นอาจจะมีความแตกต่างกันอยู่มาก เช่นในประเทศเกาหลีใต้ ที่บิทคอยน์เป็นที่นิยมเป็นอย่างมาก ทำให้มีความต้องการซื้อมาก และราคาบิทคอยน์ก็มักจะสูงกว่าเมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ ในเวลาเดียวกัน หรือว่าฮ่องกงในช่วงที่มีการประท้วง ทำให้บิทคอยน์มีราคาสูงขึ้นมาก จนมีราคาแพงกว่าประเทศอื่น ๆ ถึง  2% ในช่วงหนึ่งเลยทีเดียว ทำให้ถ้าเราซื้อบิทคอยน์ในประเทศไทยซึ่งราคาถูกกว่า แล้วนำไปขายในประเทศเกาหลีหรือฮ่องกงในช่วงที่มีราคาแพง เราก็จะสามารถทำกำไรจากการ Bitcoin Arbitrage นี้ได้ทันที 

กลยุทธ์ Arbitrage 

ทฤษฎีการทำ Arbitrage เหมือนจะไม่ใช่เรื่องยาก เพียงแค่ซื้อสินทรัพย์ในตลาดที่ราคาต่ำแล้วนำไปขายในตลาดที่ราคาสูงกว่า เพียงเท่านี้ก็สามารถทำกำไรได้แล้ว แต่ในความเป็นจริงโอกาสในการเกิดช่องว่างส่วนต่างราคาในตลาด อาจจะไม่ได้เกิดขึ้นได้บ่อยนัก และเมื่อเกิดช่องว่างขึ้นแต่ละครั้ง Smart Money หรือนักเทรดรายใหญ่ที่เฝ้าดูตลาดอย่างใกล้ชิดก็มักจะหยิบฉวยโอกาสไปได้ก่อน ทำให้ส่วนต่างราคาและโอกาสทำกำไรจาก Arbitrage นั้นหายไปอย่างรวดเร็ว

ที่สำคัญ ทุกครั้งที่เกิดช่องว่างของราคาให้เราสามารถทำ Arbitrage ได้นั้น นักลงทุนก็จำเป็นที่จะต้องคำนวนต้นทุนต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นจากการเทรดครั้งนี้ก่อน เช่น ค่าธรรมเนียมในการทำธุรกรรม ทำให้ต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่าจะตัดสินใจว่าการ Arbitrage ครั้งนี้จะคุ้มค่ากับการลงทุนหรือไม่ ถ้านักลงทุนใช้เวลาในการคำนวนช่วงนี้นาน ก็คงยากที่จะคว้าโอกาสในการทำกำไรไว้ได้ ดังนั้นการ Arbitrage ที่ประสบความสำเร็จได้นั้น จะเป็นต้องใช้เวลาในการสั่งสมประสบการณ์ ความรวดเร็ว และแม่นยำในการคำนวนความเสี่ยงทั้งหมด เราลองมาดูกันว่า กลยุทธ์ในการ Arbitrage ที่จะช่วยให้เราทำกำไรได้นั้น มีอะไรบ้าง 

Simple Arbitrage

กลยุทธ์นี้คือกลยุทธ์ที่เรายกตัวอย่างไปในตอนต้น คือการซื้อสินทรัพย์ในตลาดในราคาต่ำ แล้วนำไปขายในราคาที่สูงกว่า ดังนั้นการคำนวนก็จะไม่ค่อยซับซ้อน มีเพียงต้นทุนการซื้อ และค่าใช้จ่ายในการทำธุรกรรม เช่น สมมติเราจะ Arbitrage ด้วยการซื้อบิทคอยน์บนเว็บ A แล้วไปขายในเว็บ B นั้น เราก็สามารถทำกำไรเข้ากระเป๋าได้แล้ว หลังจากหักต้นทุนค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เช่น ค่าธรรมเนียมในการโอนบิทคอยน์ ยกเว้นว่าเราจะมีบิทคอยน์หรือเงินบาทแล้วทิ้งไว้ในทั้งสองเว็บ เช่น เรามีเงินบาทอยู่ในเว็บ A แล้วมีบิทคอยน์อยู่ในเว็บ B ทำให้เราสามารถกดซื้อบิทคอยน์ในเว็บ A และขายบิทคอยน์ในเว็บ B ได้พร้อม ๆ กันเมื่อเห็นช่องว่างทำกำไร โดยที่ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมการโอนบิทคอยน์ไปมา Simple Arbitrage เป็นการ Arbitrage ที่นิยมที่สุด และมีการทำกำไร มาอย่างยาวนาน 

Triangular Arbitrage

ในการทำ Arbitrage กับสินทรัพย์การเงินทั่วไป เช่น หุ้น เราอาจจะทำการซื้อขายได้เพียงสองตลาดในเวลาเดียว และอาจจะมีความเสี่ยงอื่น ๆ ที่แอบซ่อนอยู่จนบางครั้งการ Arbitrage ก็อาจจะไม่ได้กำไรมากอย่างที่คิดเอาไว้ แต่ในการทำ Arbitrage สกุลเงิน รวมไปถึงสกุลเงินดิจิทัลนั้น กลยุทธ์ที่มีความนิยมนั้น เรียกว่า Triangular Arbitrage ซึ่งก็คือการ Arbitrage ระหว่างสกุลเงิน 3 สกุล

การทำ Arbitrage แบบนี้ต้องอาศัยการคำนวนที่ซับซ้อนมากกว่า ทำให้แม้ว่าหลายคนจะรู้จักวิธีนี้ แต่ว่าการนำมาใช้จริงนั้นอาจจะยังไม่ได้แพร่หลายมากนัก โดยเฉพาะในหมู่นักลงทุนรายย่อย นักลงทุนที่มีทรัพยากรหรือความรู้มากพอนั้นก็มักจะเป็นนักลงทุนสถาบัน ซึ่งก็มักจะถูกต่อยอดไปเป็นการเทรดแบบอัตโนมัติ (Auto Trading) เมื่อเกิดช่องว่างในการทำ Arbitrage แทนที่จะให้คนธรรมดาคอยมองหาโอกาสนี้

ตัวอย่างการเทรดแบบ Triangular Arbitrage เช่น เรามีเงินอยู่ 1 ล้านบาท และปัจจุบันอัตราการแลกเปลี่ยนคือ BTC/THB = 200,000 THB, BTC/USD = 6,800 USD, และ USD/THB = 30 THB

ด้วยอัตราการแลกเปลี่ยนนี้ เราจึงมีโอกาสในการทำ Arbitrage ดังนี้

  • เอาเงินบาทไปเทรดเป็น BTC: 1 ล้าน = 1,000,000/200,000 = 5 BTC 
  • เอา BTC แลกเป็นดอลลาร์: 5 BTC x 6,800 = $34,000 USD
  • เอา USD กลับมาแลกเป็นเงินบาท = $34,000 USD x 30 = 1,020,000 THB  

จะเห็นได้ว่า ตอนแรกเราเริ่มลงทุนด้วยเงิน 1 ล้านบาท แลกไปแลกมา ตอนนี้เราได้กำไร 20,000 มีเงินทั้งหมด 1,020,000 บาทแล้ว กรณีนี้คำนวนแบบพื้นฐาน แต่ที่จริงแล้วเราจะต้องคำนวนค่าใช้จ่ายในการทำธุรกรรมและแลกค่าเงิน เช่นค่าธรรมเนียมด้วย

ความเสี่ยงและข้อควรระวังในการทำ Arbitrage

แม้ในทางทฤษฎีแล้ว การทำ Arbitrage ดูจะเป็นกลยุทธ์ในการทำกำไรที่แทบจะไร้ความเสี่ยง แต่ในความเป็นจริงแล้วนั้น ทุกการลงทุนมีความเสี่ยงเสมอ ดังนั้นนักลงทุนทุกคนควรจะไม่ลืมระมัดระวังความเสี่ยงเหล่านี้ 

คำนวนความเสี่ยงในระยะเวลาสั้น ๆ 

การทำกำไรจากช่องว่างของตลาดนี้ มักจะเกิดขึ้นในช่วงเวลาสั้น ๆ และให้ผลตอบแทนไม่ได้มากนัก ดังนั้นนักลงทุนหลายคนจึงมักจะตื่นเต้นเมื่อพบช่องว่างนี้ จนไม่สามารถประเมินความเสี่ยงและต้นทุนได้อย่างรวดเร็ว 

การคำนวณผลตอบแทนที่จะได้รับผิดพลาด

ต้นทุนในการทำ Arbitrage นั้น มีมากกว่าค่าธรรมเนียมในการซื้อขาย เช่นถ้าเราต้องฝากเงินบาทเพื่อซื้อบิทคอยน์ แล้วโอนบิทคอยน์ไปอีกเว็บ แล้วก็ไปถอนออกเป็นเงินบาทที่เว็บปลายทาง เราอาจจะต้องเสียค่าธรรมเนียมทั้งตอนฝากเงินบาท ตอนโอนบิทคอยน์ และตอนถอนเงินบาท รวมไปถึงค่าธรรมเนียมในการเทรดระหว่างบิทคอยน์และเงินบาทของแต่ละเว็บอีกด้วย ดังนั้นอย่าลืมวางแผนและคำนวนต้นทุนไว้ล่วงหน้า พอมีช่องว่างเกิดขึ้นเราจะได้มีแนวคิดในการคำนวนต้นทุนได้ทันที ไม่เสียโอกาสทำกำไร

ความผันผวนของราคา

ด้วยความที่สินทรัพย์ดิจิทัลนั้นมีความผันผวนสูงมาก ในบางเวลาอาจจะเกิดการผันผวนอย่างรวดเร็ว การทำ Arbitrage ก็จำเป็นต้องอาศัยความรวดเร็วเช่นเดียวกันก่อนที่ช่องว่างในการทำกำไรจะหายไป จึงอาจทำให้เกิดความผิดพลาดขึ้นได้ง่าย ๆ ไม่ว่าจะพลาดจาก Human Error หรือในขณะที่ทำธุรกรรมราคากลับผันผวนรุนแรงระหว่างที่เรากำลังทำธุรกรรม ก็อาจเกิดการขาดทุนได้เช่นเดียวกัน

ข้อจำกัดของกฎหมายระหว่างประเทศ

หากเราต้องการทำ Arbitrage (อาบิทราจ) ระหว่างประเทศนั้น ก็จำเป็นที่จะต้องระวังเรื่องข้อกฏหมายที่เกี่ยวข้องด้วย เช่นการเปลี่ยนแปลงสกุลเงิน กฏหมายการฟอกเงิน หรือว่าการทำ KYC หรือการยืนยันตัวตนเพื่อเปิดบัญชีในแต่ละประเทศ ที่มีข้อบังคับต่างกันด้วย

สุดท้ายแล้ว แม้ว่าเราจะรู้แล้วว่า Arbitrage คือ อะไร แต่การนำกลยุทธ์มาใช้จริงนั้น ยังมีรายละเอียดและข้อควรระวังอีกมาก ไม่ต่างอะไรจากการเทรดและลงทุนประเภทอื่น นักลงทุนควรศึกษาข้อมูลและตลาดก่อนลงทุนให้ละเอียดที่สุดเท่าที่จะทำได้ ฝึกมองหาโอกาสในตลาดอยู่เสมอ และเริ่มเทรดด้วยทุนที่เหมาะสม ตามความเสี่ยงที่สามารถรับได้ก่อน เมื่อเรามีประสบการณ์มากขึ้น เราก็จะสามารถทำกำไรได้ดีขึ้นนั่นเอง Zipmex เองก็พร้อมเป็นหนึ่งในเว็บไซต์ที่ให้คุณได้มาทำกำไรไปด้วยกัน เราออกแบบเว็บไซต์และการดำเนินงานทุกขั้นตอนเพื่อให้การเทรดเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว ด้วยค่าธรรมเนียมที่ต่ำ ราคาที่ดีที่สุด และการฝากเงินแบบรวดเร็วทันที ทำให้การ Arbitrage ของคุณเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วว่องไว ไม่เสียโอกาสในการทำกำไร ตอนนี้ Zipmex ได้รับการรับรองจาก ก.ล.ต. อย่างเป็นทางการแล้ว พร้อมเปิดให้บริการเทรดสกุลเงินดิจิตอลเร็ว ๆ นี้ ติดตามได้ที่ Facebook หรือ Twitter ได้เลย 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *